เมื่อฉันสอบติด ธรรมศาสตร์ ฉันต้องอยู่หอเพื่อให้สามารถเดินทางไปเรียนได้สะดวก ฉันดีใจมากที่ฉันได้อยู่หอ เพราะไม่ต้องอยู่บ้านเดียวกับอา ฉันรู้สึกเหมือนถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระ และฉันคิดว่า เมื่อฉันสามารถเป็นตัวของตัวเองได้มากขึ้น ฉันจะรู้จักตัวเองมากขึ้น ฉันจะรู้ว่าจริงๆแล้วฉันต้องการอะไร ฉันทำอะไร ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ฉันสามารถทำอะไรได้โดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะผิด(จากการตัดสินด้วยความคิดของเขา)
ตอนที่ฉันตัดสินใจว่าจะอยู่หอ ก็มีคำแนะนำมาว่าให้อยู่คนเดียว ถ้าอยู่กับเพื่อนแล้วจะมีปัญหา และฉันเองก็ไม่แน่ใจด้วยว่าฉันจะสามารถอยู่กับคนอื่นได้จริงหรือไม่ เพราะขนาดคนในบ้านตอนนี้ ฉันยังมีอะไรกินใจอยู่ลึกๆ ฉันไม่อยากให้ตัวเองต้องเสียเพื่อนเพราะเรื่องแบบนี้ ฉันคิดว่าฉันมีปัญหา ฉันจึงเลือกที่จะอยู่คนเดียว
วัยเฟรชชี่ ปีหนึ่ง ฉันเริ่มมีเพื่อนกลุ่มแรกมาจากโต๊ะในคณะ เราได้ทำกิจกรรมด้วยกันหลายอย่าง มันทำให้เราสนิทกันมากขึ้น แต่แน่นอนว่า เราไม่ได้สนิทกับทุกคน มันจะมีเพื่อนบางคน หรือบางกลุ่มที่บางทีเราก็จะพูดถึงเขาในทางที่ไม่ดี พูดแซะบ้าง เพื่อความสนุกปาก ทั้งที่เรายังไม่ได้รู้จักเขาดี พอเราเริ่มมีเพื่อนสนิทจริงๆ หนึ่งถึงสองคน ด้วยความที่เป็นเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักกัน บางทีเพื่อนทำอะไรบางอย่างที่เราไม่ชอบ เราก็จะไม่กล้าบอก เราก็เฉยไป เราเริ่มกลัวที่จะเสียเพื่อนไป เพราะสังคมมหาวิทยาลัยมันกว้างเกินกว่าที่จะอยู่คนเดียว บางทีฉันก็เลือกที่จะตามใจเพื่อนทั้งที่ขัดใจตัวเอง ฉันเชื่อว่าหลายคนมีความคิดกับตัวเองเวลาอยู่กับคนอื่นที่ไม่ได้สนิทกันจริงๆ “ เขาจะคิดแบบนั้นกับเรารึเปล่านะ” “เขาจะคิดยังไง” “ถ้าเราพูดแบบนี้ไปเขาจะเสียใจรึเปล่า” มันมีความระแวดระวังอยู่ในการกระทำและความคิดของฉันตลอดเวลาที่อยู่กับเพื่อน เพราะฉันกลัวว่า ถ้าฉันมีความคิดที่ต่างจากเขา เราจะไม่สามารถเป็นเพื่อนกันได้
ฉันทำกิจกรรมเยอะมากช่วงปีหนึ่ง เพราะมีคนเคยบอกว่า “ให้เราทำกิจกรรมเยอะๆ จะได้รู้จักการทำงานร่วมกันคนอื่น และมันจะให้อะไรเราเยอะมาก และต้องไม่ให้เสียการเรียน” ฉันจึงอยากรู้ว่า การทำกิจกรรมมันจะให้อะไรกับฉัน เหมือนที่คนอื่นบอกรึเปล่า ฉันทำงานร่วมกับ อมธ.ในงานเฟรชชี่วีค ต้องประชุมบ่อย และยิ่งช่วงใกล้วันงาน ประชุมกันถึงตีสามก็มี บางทีฉันก็ต้องใช้เวลามากในการติดต่องานกับคนที่จะเชิญมาร่วมงาน ฉันสนุกกับการทำงานนี้แต่ฉันมีเรื่องเรียนที่ต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่งพูดได้เลยว่า ฉันแบ่งเวลาไม่เป็น จนทำให้ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ คะแนนที่ได้จึงน้อยมากๆ
สิ่งที่ฉันคิดไว้ว่าเมื่อมาอยู่หอแล้วไม่ต้องทุกขใจเรื่องเดิมๆเหมือนตอนอยู่บ้าน และฉันจะสามารถเป็นคนใหม่ ที่ดีขึ้นได้ แต่ฉันทำไม่ได้ ฉันยังเป็นคนเดิมที่เวลามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น แล้วฉันจัดการไม่ได้ ฉันจะโทษว่าเป็นความผิดของเขา ที่เขาไม่อนุญาตใหฉันทำในสิ่งที่ฉันคิด ฉันจึงไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง เมื่อเจอกับปัญหา ด้วยความที่ฉันเป็นคนที่ชอบอยู่คนเดียว เพราะสบายใจกว่า เราไม่ต้องห่วงความรู้สึกใคร ไม่ต้องรอใคร เพราะคิดว่าไม่จำเป็น เราโตกันแล้ว เราไปไหนทำอะไรเองได้แล้ว ทำไมต้องมัวแต่รอคนนั้นคนนี้ บางทีฉันเดินคนเดียว หรือกินข้าวคนเดียว ในขณะที่โต๊ะอื่น เขามากินกันเป็นกลุ่มใหญ่ คุยกันสนุกสนาน ฉันคิดในใจว่า “คนอื่นจะมองว่าฉันไม่มีใครคบ เข้าสังคมไม่เป็น ไม่มีเพื่อน รึเปล่านะ” และฉันพยายามบอกตัวเองว่า ฉันอยู่คนเดียวได้ ฉันไม่ต้องมีเพื่อนตลอดเวลา และฉันไม่จำเป็นต้องพยายามเข้าหาคนอื่น ถ้าฉันไม่ได้สบายใจที่จะอยู่กับคนคนนั้นจริงๆ และทุกครั้งที่ฉันไปไหนคนเดียว หรือกินข้าวคนเดียว ฉันก็จะคิดแบบนั้น และบอกตัวเองแบบนั้นทุกครั้ง ซึ่งมันไม่มีความสุขเลย
NEXT