พอคุยกับพระอาจารย์เสร็จ ฉันก็เดินออกมาจากศาลา1 แล้วไปซื้อน้ำปานะ และเดินกลับที่พัก ตอนนั้นฉันรู้สึกตัวชา และเย็นไปหมดจากข้างใน ฉันกำลังยิ้มด้วยความยินดี ฉันคุยกับป้าขายน้ำด้วยคำพูดที่ช้ามากๆ พร้อมกับตาที่แดงจากการร้องให้ ฉันเดินไปที่พัก เมื่อนึกถึงคำสอนหลวงพ่อ คำสอนพระอาจารย์ นึกถึงพ่อแม่ ครูอาจารย์ที่เคยสอน นึกถึงผู้มีพระคุณ ก็อยากจะร้องให้ เป็นความตื้นตัน อย่างบอกไม่ถูก แต่ต้องกำหนด ไม่ให้น้ำตาไหล ได้แต่เดินยิ้มไปตลอดทาง ฉันนั่งดื่มน้ำปานะ ที่โรงอากหารใกล้กับที่พัก ฉันนึกถึงอา และคิดว่าอยากจะกราบท่าน ในใจตอนนั้น นึกถึงภาพตัวเองที่ถือพวงมาลัย ไปกราบเท้าท่าน น้ำตาฉันมันไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว นึกขอโทษในสิ่งต่างๆที่ได้เคยทำกับอา เคยเป็นคนไม่น่ารัก บางทีก็ทำให้อาหงุดหงิด ฉันเห็นนิสัยไม่ดีของตัวเอง และอยากแก้ไขให้ขึ้น ฉันขออโหสิกรรมต่ออา และฉันให้อโหสิกรรม ให้อภัยในสิ่งที่อาทำกับฉัน ฉันไม่โกรธอา ไม่มีอะไรติดค้างกับอาอีกแล้ว
ถึงรอบปฎิบัติตอนหกโมง เราสวดมนต์ทำวัดเย็นตามปกติ ทุกครั้งที่ฉันสวดบทแปล ฉันไม่เคยเข้าใจเลยว่ามันหมายถึงอะไร แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว สิ่งที่พระพุทธเจ้าต้องการจะบอก ต้องการจะชี้ทางให้กับมนุษย์โลก แต่ท่านทำได้เพียงแค่บอกวิธีเท่านั้น สุดแล้วแต่มนุษย์คนใดจะสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ ซึ่งถึงแม้ท่านจะปรินิพพาน(ไม่เกิดอีก)ไปนานแล้ว แต่พระธรรมคำสอนของท่าน ยังคงอยู่ เพื่อช่วยให้มนุษย์ได้หลุดพ้นจากทุกข์ ฉันไม่สงสัยในคำสอนของท่านอีกแล้ว ฉันเคยสงสัยว่าพระท่านไม่เหนื่อยบ้างเลยหรอ กับการพยายามเผยแพร่พระธรรมคำสอน การเทศน์ให้ญาติโยมฟัง การพยายามทำให้คนเป็นคนดี แต่ตอนนี้ เรารู้แล้ว เพราะการได้พบพระธรรมมันเป็นประโยชน์ต่อชีวิตมากจริงๆ และเราอยากให้ผู้อื่นได้พบเหมือนกับเรา ไม่ว่าเราจะทำอาชีพอะไร อยู่ในสถานะไหน เราต่างก็มีหน้าที่ เราต่างอยากประสบความสำเร็จและร่ำรวยเงินทอง แต่สิ่งเหล่านี้ ต้องแลกมาด้วยความขยันหมั่นเพียรทำอย่างต่อเนื่องมุ่งมั่นอย่างจริงจัง ท่านจะนึกไม่ออกเลยว่าต้องเป็นแบบไหนหากท่านไม่ได้ลงมือทำด้วยตนเอง
หลังกลับจากวัด ฉันนิ่งขึ้น ได้ยินเสียงความคิดของตัวเองมากขึ้น ฉันคิดว่า ถ้าฉันกลับมาเจอกับสถานการณ์แบบเดิมกับอาฉันจะรับมือได้มั้ย พระท่านบอกวว่า เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเราอโหสิกรรมให้เขาได้ ก็ต่อเมื่อ เมื่อเจอเหตุการณ์ที่เขาทำให้เราทุกข์ใจ เรากำหนดหนดได้ว่า รู้หนอ หรือโกรธหนอที่ลิ้นปี่ เรากำหนดได้มั้ย ถ้าได้ ความโกรธนั้นจะหายไป แปลว่าเราอโหสิกรรมให้เขาจากใจของเราแล้ว และมันก็เกิดขั้นกับฉันจริงๆ เหมือนมาเป็นบททดสอบ ฉันกำหนดอยู่หลายชั่วโมงกว่าความรู้สึกนั้นจะหายไป และเมื่อมีครั้งต่อไป ฉันไม่ต้องกำหนดแล้ว เพราะฉันให้อภัยได้ ณ ตอนนั้นเลย ฉันไม่โกรธ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันอาจจะ ทำหน้านิ่งใส่ ทำกิริยาเย็นชาใส่อา จนทำให้อาต้องโมโห อีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป คือ เราจะรู้หน้าที่ของตัวเองมากขึ้น ซึ่งฉันจะเป็นคนทำงานบ้าน ซักผ้า รีดผ้า ถูบ้าน ล้างห้องน้ำ และบางทีฉันก็ไม่พอใจทำไมฉันจะต้องทำอะไรมากมายขนาดนี้ แต่ตอนนี้มันไม่มีความคิดแบบนั้นแล้ว ฉันต้องทำเพราะมันคือหน้าที่ และต้องทำให้ดีที่สุด ช่วงแรกๆ ฉันตื่นมาทำกรรมฐานตอนตีห้าถึง หกโมงเช้าและเสียบหม้อข้าวเพื่อให้อาได้ห่อข้าวไปทำงานและตอนเช้าหรือตอนเย็นที่ทำกับข้าว หรือกินข้าว ฉันจะเปิดแผ่นซีดีที่เอามาจากวัดฟัง เป็นสิ่งที่หลวงพ่อเทศน์ มันรู้สึกเข้าใจ สิ่งที่ท่านพูดทุกอย่าง ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันจะชอบฟังเพลงสากลมาก จะเปิดตอนเย็น ระหว่างรีดผ้า พออากลับจากทำงาน เข้ามาในบ้านต้องได้ยินเสียงเพลง แต่ตอนนี้ ฉันรู้สึกพอแล้วกับเพลงพวกนั้น มันไม่ได้ทำให้ฉันมีความสุข แต่กลับเป็นสิ่งที่หลวงพ่อสอนและ เป็นธรรมมะของพระพุทธเจ้าต่างหาก ที่ให้ ้ความสุขที่ถาวรกับฉัน ไม่ใช่แค่ชั่วครั้งชั่วคราว
NEXT